ประวัติศาสตร์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ทีมไหนคือที่จดจำไปทั่วโลก

จากการขับเคี่ยวที่เข้มข้นและการผลัดเปลี่ยนแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในที่สุดเราก็เข้าใกล้บทสรุปของการเฟ้นหาตำนานที่แท้จริง แห่ง 33 บัลลังก์พรีเมียร์ลีกแล้ว ทีมใดจะได้รับการยกย่องในฐานะสุดยอดสโมสรที่สร้างความยิ่งใหญ่ ไปหาคำตอบกันครับ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 1998

ฤดูกาล 1998 อันเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับการคว้าทริปเปิลแชมป์อันยิ่งใหญ่ แต่ถ้าจะโฟกัสกันที่พรีเมียร์ลีกอย่างเดียว ต้องบอกว่าเส้นทางสู่แชมป์ของพวกเขาก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลที่ฟอร์มอาจจะไม่เฉียบคมเท่าที่เคย มีผลเสมอเกิดขึ้นหลายนัด จนทำให้แฟนบอลต้องลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องยกย่องอย่างยิ่งสำหรับปีศาจแดงในปีนั้นก็คือความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันมหาศาลจากทุกรายการที่พวกเขาลงแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก เอฟเอ คัพ หรือยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก พวกเขาต้องรับมือศึกหนักและรักษาความมุ่งมั่นไปจนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล

และแล้วในวันปิดซีซั่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็สร้างความระทึกใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างหวุดหวิด ชนิดที่ต้องลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย มันเป็นการปิดฉากฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความกดดัน ความตื่นเต้น และความสุขสมหวังอย่างถึงที่สุด

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 1995

ฤดูกาล 1995 อันเป็นปีที่ตอกย้ำสถานะราชาของ เอริค คันโตน่า ในหัวใจแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปีนั้นถือเป็นฤดูกาลที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทำไมชายที่มาพร้อมกับปลอกคอตั้งคนนี้ถึงเป็นผู้เล่นที่พิเศษและมีความสำคัญต่อปีศาจแดงมากเพียงใด

ในช่วงปลายฤดูกาลที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด คันโตน่าได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมา เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือมนุษย์ ระเบิดตาข่ายคู่แข่งอย่างต่อเนื่องในหลายเกมติดต่อกัน แต่ละประตูที่เขาทำได้ ไม่ได้มีความหมายแค่การขึ้นนำหรือการทำประตูชัย แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเฉียบคม ทักษะอันน่าทึ่ง และจิตใจที่แข็งแกร่งของผู้เล่นระดับโลกอย่างแท้จริง

และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือ ผลจากการระเบิดฟอร์มอันสุดยอดของคันโตน่า ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถพลิกสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ พวกเขาสามารถไล่ตาม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่เคยนำหน้าพวกเขาไปไกลถึง 12 แต้ม การไล่ตามทีมจ่าฝูงที่ทิ้งห่างขนาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นของทีมและฟอร์มอันร้อนแรงของคันโตน่า พวกเขาก็สามารถแซงหน้าสาลิกาดงและคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่และสะใจ

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ปี 2008

ศึกชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกสุดเข้มข้นในปี 2008 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ยุค ราฟาเอล เบนิเตซ ปีนั้นถือเป็นการปะทะกันของสองขั้วอำนาจลูกหนังอังกฤษอย่างแท้จริง เมื่อหงส์แดงภายใต้การคุมทีมของเบนิเตซแข็งแกร่งอย่างมาก และสร้างสถิติสุดน่าทึ่งด้วยการพ่ายแพ้เพียงแค่ 2 นัดตลอดทั้งฤดูกาล มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นและความสม่ำเสมอที่น่าเกรงขามของพวกเขา

แต่ทว่าปีศาจแดงภายใต้การนำทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ยังคงความแข็งแกร่งและแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่เหนือกว่า พวกเขามีเกมรับที่เหนียวแน่นเป็นพิเศษ เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดในลีกถึง 14 นัด นี่คือปราการหลังที่ยากจะเจาะทะลวง และเป็นรากฐานสำคัญสู่ความสำเร็จของทีม

ยิ่งไปกว่านั้น แนวรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปีนั้นยังครบเครื่องและอันตรายอย่างยิ่ง พวกเขามีทั้งความเร็ว ความคล่องแคล่ว และความเฉียบคมของ คริสเตียโน โรนัลโด พลังและความมุ่งมั่นของ เวย์น รูนีย์ ความสามารถในการจบสกอร์ที่เฉียบขาดของ คาร์ลอส เตเบซ และความสง่างามและทักษะอันเหนือชั้นของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ การประสานงานของแนวรุกชุดนี้สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของทุกทีมในลีก

ด้วยเกมรับที่แข็งแกร่ง แนวรุกที่หลากหลาย และจิตใจของผู้ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงสามารถฝ่าฟันความท้าทายจากลิเวอร์พูลไปได้อย่างสุดมันส์ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ มันเป็นการต่อสู้ที่สูสีและน่าติดตามจนถึงวินาทีสุดท้าย และเป็นการตอกย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของทั้งสองทีมในยุคนั้น รวมถึงความสามารถของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการก้าวข้ามอุปสรรคและคว้าชัยชนะมาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

อาร์เซนอล ปี 2001

ปีนี้อาร์เซนอลเก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำแบบไม่แผ่ว หากใครยังจำกันได้ ปีนั้น โรแบร์ ปิแรส ฟอร์มดุเดือดเป็นอย่างมาก ก่อนจะมาเจ็บหนัก รวมไปถึงเบิร์กแคมป์ที่อยู่ในช่วงสุดพีค ถือว่านี่เป็นอาร์เซนอลชุดแชมป์ที่ครบเครื่องมากที่สุดทีมหนึ่งในแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาเลย

 

ปีนั้นปืนใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างต่อเนื่องแบบไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ราวกับเครื่องจักรสีแดงที่ถูกปรับจูนมาอย่างสมบูรณ์แบบ

หากใครยังจำกันได้ นี่คือปีที่ โรแบร์ ปิแรส ปีกชาวฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงและดุดันเป็นอย่างมาก ความเร็ว เทคนิค และการสร้างสรรค์เกมรุกของเขา สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของทุกทีมในลีก น่าเสียดายที่ฟอร์มอันสุดยอดของเขาต้องสะดุดลงด้วยอาการบาดเจ็บหนักในช่วงสำคัญของฤดูกาล


นอกจากปิแรสแล้ว อีกหนึ่งหัวใจสำคัญในแนวรุกของอาร์เซนอลชุดนั้นก็คือ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ที่อยู่ในช่วงพีคสุดขีดของอาชีพค้าแข้ง ความอัจฉริยะในการควบคุมบอล การจ่ายบอลที่แม่นยำ และวิสัยทัศน์ที่เหนือชั้นของไอซ์แมน ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ยากจะคาดเดา และเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกเกมรับของคู่แข่ง

ด้วยการผสมผสานกันระหว่างความเร็วและความคล่องแคล่วของปิแรส ความอัจฉริยะของเบิร์กแคมป์ และขุมกำลังนักเตะที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ทำให้อาร์เซนอลชุดปี 2001 ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมชุดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ครบเครื่องมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

พวกเขามีทั้งเกมรุกที่หลากหลายและอันตราย เกมรับที่เหนียวแน่น และจิตใจของผู้ชนะอย่างแท้จริง มันเป็นฤดูกาลที่แสดงให้เห็นถึงความลงตัวและความสมดุลของทีมได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของสโมสรอาร์เซนอล

แมนเชสเตอร์ซิตี้ ปี 2021

ปีนี้แมนซิตี้ถูกลิเวอร์พูลไล่บี้จนแทบจะหายใจไม่ออก ทั้งที่เคยนำไป 13 แต้ม แต่พวกเขาก็สามารถเอาชนะได้ถึงเกมสุดท้าย แฟนบอลต่างยกให้นี่เป็นการคว้าแชมป์อีกหนึ่งซีซั่นที่ระทึกใจที่สุด โดยเฉพาะฟอร์มระดับเทพของเควิน เดอ บรอยน์ ที่ปีนั้นยิงแฮตทริกด้วยเท้าข้างไม่ถนัด ในเวลาแค่ 17 นาที ใส่วูล์ฟแฮมป์ตัน


แมนเชสเตอร์ซิตี้ ต้องเผชิญหน้ากับการไล่ล่าแบบกัดไม่ปล่อยจากลิเวอร์พูล ปีนั้นเรือใบสีฟ้า ภายใต้การคุมทีมของ
เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยสร้างความได้เปรียบด้วยการนำห่างถึง 13 แต้ม แต่ทว่าหงส์แดงก็ไม่ยอมยกธงง่ายๆ พวกเขาฮึดสู้และไล่ตามมาติดๆ จนทำให้แฟนบอลต้องลุ้นกันแบบแทบจะหายใจไม่ออกไปจนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล

ความเข้มข้นของการแข่งขันและความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ทำให้แฟนบอลต่างยกให้การคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2021 เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ระทึกใจและน่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก


หนึ่งในผู้เล่นที่เป็นหัวใจสำคัญในการนำพาแมนเชสเตอร์ซิตี้ ไปสู่ความสำเร็จในครั้งนี้ก็คือ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพชาวเบลเยียม ที่โชว์ฟอร์มในระดับเทพ ไฮไลท์สำคัญของฤดูกาลนั้นคงหนีไม่พ้นเกมที่เขาซัดแฮตทริกสุดเหลือเชื่อด้วยเท้าข้างที่ไม่ถนัด ใส่วูล์ฟแฮมป์ตัน ในเวลาเพียงแค่ 17 นาที มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงทักษะ ความเฉียบคม และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของเขาได้อย่างชัดเจน และเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลเรือใบสีฟ้าไม่มีวันลืม

เตรียมตัวให้พร้อมกับความสนุกสุดขีด ชมฟุตบอลสดทุกคู่แบบ Full HD แทงบอลสดลุ้นรับรางวัลสุดคุ้มค่า และเพลิดเพลินกับ หวยออนไลน์ จ่ายจริงตามที่คุณเล่นได้ สมัครสมาชิกใหม่วันนี้ รับโบนัสพิเศษ 1,000 บาท เพียงกรอกรหัส DW368